Register your Account

Sign Up with us and Enjoy!

A password will be e-mailed to you.

ลูกไม่ยอมทานข้าว

น้องแจนอายุ 2 ขวบครึ่งแล้ว แต่ยังไม่ยอมทานข้าว ที่บ้านต้องคอยเคี่ยวเข็ญ เดินตามป้อนกันรอบบ้านแทบทุกวัน

บางวันน้องแจนก็กินไปคำ สองคำแล้วก็ลุกไปวิ่งเล่น ดูโทรทัศน์ ต้องตามไปป้อนกันต่อหน้าโทรทัศน์บ้าง บางทีก็ต้องยอมให้กินขนมแทน เพราะผู้ใหญ่กลัวว่าน้องจะไม่ได้กินอะไรเข้าไปเลย นอกจากจะไม่ยอมทานข้าวแล้ว ยังไม่ยอมทานผัก ผลไม้อีกด้วย ของที่น้องแจนชอบและยอมทาน ก็จะมีแค่ไส้กรอก หมูยอ ลูกชิ้น จนคุณยายไปซื้อไส้กรอกและลูกชิ้นมาเก็บไว้ให้เต็มตู้เย็น เพราะกลัวหลานจะอด

…………………….

คุณแม่น้องแจนเล่าว่า เคยถามคุณหมอตอนพาไปรับวัคซีนเมื่อครึ่งปีก่อน คุณหมอตรวจแล้วก็บอกว่าร่างกายปกติ แข็งแรงดี แม้น้ำหนักค่อนข้างน้อย แต่ยังอยู่ในเกณฑ์อยู่ เป็นลักษณะพัฒนาการตามวัย เพราะเด็กวัยนี้เริ่รึ่งปีก่อน คุณหมอตรวจแล้วก็บอกว่าร่างกายปกติ แข็งแรงดี แม้น้ำหนักค่อนข้างน้อย แต่ยังอยู่ในเกณฑ์อยู่ เป็นลักษณะพัฒนาการตามวัย เพราะเด็กวัยนี้เริ่มพัฒนาความเป็นตัวของตัวเอง เริ่มมีความชอบ ไม่ชอบ ไม่ได้ป่วยเป็นโรคอะไร แต่ตอนนี้ผ่านมาครึ่งปีแล้ว น้ำหนักน้องไม่ขึ้นเลย ตัวเล็กเหมือนถั่วงอกแล้ว จะทำอย่างไรดีคะคุณหมอ

…………………….

ปัญหา เรื่องกินยาก เลือกอาหาร ไม่ยอมกินข้าว เป็นปัญหาที่ทำให้คุณพ่อคุณแม่กลุ้มใจ และนำมาปรึกษากับหมอ บ่อยที่สุดเรื่องหนึ่งเลยค่ะ สาเหตุของปัญหา มีทั้งปัจจัยจากตัวเด็ก คือ เป็นเรื่องของพัฒนาการทางอารมณ์ของเด็กตามวัย โดยตั้งแต่หลังขวบปีแรก เด็กจะเริ่มพัฒนาความเป็นตัวของตัวเอง เกิดความรู้สึกชอบ ไม่ชอบ รูป รส กลิ่น เสียง ต่างๆ รอบๆตัว ( preference ) เริ่มมีการต่อต้าน เอาแต่ใจมากขึ้น เหมือนที่มีคำเรียกเด็กวัยนี้ว่า “ terrible two”น่ะค่ะ

แต่ อีกปัจจัยที่เป็นปัญหาที่พบบ่อยกว่ามาก ก็คือ ปัจจัยจากผู้เลี้ยงดู ผู้ใหญ่ที่อยู่รอบๆ และการที่ไม่ได้ฝึกให้เด็กมีสุขนิสัยในการกินที่ดีค่ะ เหตุเพราะว่า ด้วยความที่ผู้ใหญ่มักกังวล มากเกินไปกับการที่เด็กไม่ยอมกิน ทำให้เราพยายาม เคี่ยวเข็ญ ตามป้อน อ้อนวอน หลอกล่อ ต่อรอง บังคับ หรือ ปล่อยให้เด็กกินขนมไม่เป็นเวลา ยอมให้เด็กกินอาหารระหว่างมื้อ เพราะกลัวว่าเด็กจะไม่ได้กินอะไรเลย ซึ่งวิธีการเหล่านี้ ก็อาจจะได้ผลชั่วคราว แล้วสุดท้ายเราก็กลับเข้าสู่วงจรเดิมอีกจนได้ค่ะ

…………………….

สิ่งที่จะช่วยแก้ปัญหานี้ได้อย่างยั่งยืนจริงๆก็คือ การสร้างสุขนิสัยการกินที่ดีให้เกิดขึ้นในเด็กๆ โดยเมื่อพบว่าลูกมีปัญหานี้ และหลังจากได้พบคุณหมอตรวจแล้ว ว่าเด็กไม่ได้มีปัญหาโรคทางร่างกายใดๆ คุณหมอก็จะแนะนำให้คุณพ่อคุณแม่ทำดังนี้ค่ะ

1. จดบันทึกอาหารทั้งชนิดและปริมาณทั้งหมดที่เด็กได้รับ ในแต่ละวัน เป็นเวลา 1 สัปดาห์ เพื่อ ดูว่าเด็กได้รับอาหารในปริมาณที่เพียงพอ และได้รับสารอาหาร ครบถ้วนหรือไม่ ชอบอะไร ไม่ชอบอะไรเป็นพิเศษ เพื่อรู้ทันกัน เข้าใจปัญหาและนำมาใช้ในการวางแผนจัดเมนูอาหารต่อไป ลองใช้ตารางบันทึกอาหารดีมีคุณค่า ได้ค่ะ

2. จัดเวลาอาหารให้เป็นมื้อที่แน่นอน ให้เป็นเวลาที่บรรยากาศดี สงบ ควรมีเวลาที่ทุกคนในบ้านได้กินอาหารพร้อมกัน อย่างน้อยวันละ 1 มื้อ แล้วให้เด็กกินอาหารเฉพาะเวลาตามมื้อที่กำหนดนะคะ อย่าให้กินขนมจุบจิบเรื่อยๆ แต่อาจมีมื้ออาหารว่างเป็นขนมเล็กๆระหว่างมื้อใหญ่ได้

3. เตรียมอาหารให้มีของที่เด็กชอบ ปนกับอาหารที่เราอยากให้เด็กฝึกรับประทาน

4. ให้เด็กๆได้มีส่วนร่วมในการจัดโต๊ะอาหาร เช่น ช่วยจัด ช้อนส้อม และ ให้เด็กกินข้าวด้วยตัวเอง อย่าป้อน ถ้ากลัวเลอะเทอะ ให้หาผ้าหรือ กระดาษมาปูโต๊ะ ก่อนรับประทานอาหาร

5. ไม่ควรมีสิ่งอื่นดึงดูดความสนใจเด็กไปจากโต๊ะอาหาร เช่น ดูโทรทัศน์ หรือ เล่นเกมส์ไปด้วย

6. กำหนดระยะเวลาการกินอาหารให้ชัดเจน เช่น ไม่เกิน 30 นาที เมื่อครบเวลาให้เก็บโต๊ะ โดยไม่ต้องบ่นว่า หรือ เคี่ยวเข็ญให้กิน และห้ามให้ขนมเป็นการชดเชยที่กินได้น้อยนะคะ ไม่งั้นเด็กๆก็จะรู้ว่า ถ้าไม่กิน เดี๋ยวก็จะได้ขนม (ซึ่งเป็นของที่ชอบมากกว่า) มากิน

…………………….

เด็กๆควรได้เรียนรู้ด้วยตัวเอง ว่าถ้าไม่กินอาหารตามเวลา ก็ต้องยอมทนหิว รอจนมื้อต่อไปนะ แต่ถ้าเด็กกินได้ดี อย่าลืมชมนะคะ ว่า คุณพ่อคุณแม่ชอบมากที่หนูทานข้าวหมดจานเลยวันนี้ หรือ วันนี้เก่งจังเลยลูก หนูทานผักได้เยอะเลยนะคะ และ อาจให้รางวัลร่วมด้วยเป็น การสะสม สติ้กเกอร์รางวัลหนูน้อยคนเก่ง เช่น หนูทานผักได้แล้ว เพื่อเอามาแลกเป็น ขนมที่ชอบต่อไปก็ได้ค่ะ

ลองดูได้จาก worksheet ฝึกวินัยเรื่องอาหารได้ที่นี่ค่ะ

ปัญหาเรื่องทานยากในเด็กไม่สามารถหายได้ในช่วงข้ามคืน อาจต้องใช้เวลา 2-4 สัปดาห์ ขอให้คุณพ่อคุณแม่อดทนนะคะ

บทความโดย รู้คิดดอทคอม rookid.com พญ. ศิริรัตน์ อุฬารตินนท์